วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)
มาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการผลักดันระบบภาษีดิจิทัล และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริจาคอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สะดวกยิ่งขึ้น
สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประชาชนและภาคธุรกิจจะได้รับ
ภายใต้มาตรการใหม่นี้ ผู้บริจาคผ่านระบบ e-Donation ให้แก่มูลนิธิที่ได้รับการกำหนดจำนวน 9 แห่ง จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ดังนี้
- บุคคลธรรมดา สามารถนำเงินบริจาคไปหักลดหย่อนภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำรายจ่ายจากการบริจาคมาหักภาษีได้ 2 เท่า
- การบริจาคผ่านระบบ e-Donation ช่วยลดภาระการจัดเก็บเอกสาร และข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ
มาตรการนี้มีผลตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570
มูลนิธิที่เข้าร่วมมาตรการจำนวน 9 แห่ง
มาตรการภาษีครั้งนี้ครอบคลุมมูลนิธิด้านการแพทย์ สาธารณสุข และการศึกษา ได้แก่
- มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
- มูลนิธิการแพทย์สยามบรมราชกุมารี
- มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์
- มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
- มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา ในพระราชูปถัมภ์
- มูลนิธิการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ
- มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา
- มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช
e-Donation กับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบภาษีดิจิทัล
ระบบ e-Donation เป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาระบบภาษีดิจิทัลของประเทศไทย เนื่องจากช่วยให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งเข้าสู่ระบบกรมสรรพากรแบบอัตโนมัติ ลดการใช้เอกสารกระดาษ และช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว
สำหรับองค์กร มูลนิธิ หรือหน่วยงานที่ต้องการยกระดับกระบวนการด้านภาษีและเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การนำระบบดิจิทัลมาใช้ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดความเสี่ยงด้าน Compliance และรองรับการทำงานในอนาคต
สรุป
มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา ผ่านระบบ e-Donation สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางของประเทศไทยที่มุ่งสู่ระบบภาษีดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในด้านการบริจาค การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และการบริหารจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ภาคธุรกิจและประชาชนจึงควรติดตามมาตรการภาษีใหม่ ๆ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมด้านระบบดิจิทัล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และรองรับข้อกำหนดทางภาษีที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
ที่มา: กรมสรรพากร วันที่ 26 พฤษภาคม 2569
