เช่าออฟฟิศ เช่าโกดัง หรือเช่าพื้นที่พาณิชย์ — ทุก “สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์” มีภาระอากรแสตมป์ตามกฎหมาย แต่นักบัญชีและเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยยังคำนวณผิด หรือไม่รู้ว่าต้องเสียตอนไหน ใครเป็นคนจ่าย และต้องทำอย่างไรถ้าพลาดไปแล้ว บทความนี้จะตอบทุกคำถามนั้นพร้อมตัวอย่างตัวเลขจริง
ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในตราสารที่กฎหมายกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ลักษณะ 6 มาตรา 103–129 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1. เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ ธุรกิจที่ไม่เสียอากรให้ครบถ้วน หรือเสียช้าเกินกำหนด มีความเสี่ยงต้องเสียเงินเพิ่มได้สูงสุดถึง 6 เท่าของอากรที่ขาด หากเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรตรวจพบ
ยิ่งกว่านั้น สัญญาเช่าที่ไม่ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ไม่สามารถใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งได้ (มาตรา 118 แห่งประมวลรัษฎากร) — นั่นหมายความว่าถ้าเกิดข้อพิพาทกับผู้เช่า สัญญาที่คุณถือในมืออาจใช้ฟ้องร้องไม่ได้เลย
คุณจะได้อะไรจากบทความนี้
✅ รู้ว่าสัญญาเช่าประเภทใดต้องเสียอากรแสตมป์บ้าง
✅ คำนวณค่าอากรได้ถูกต้องด้วยตัวเอง พร้อมตัวอย่าง 3 กรณี
✅ รู้ว่าใครมีหน้าที่เสีย เมื่อไหร่ และผ่านช่องทางใด
✅ เข้าใจกรณีพิเศษ: ต่อสัญญา, สัญญาไม่ระบุอายุ, สัญญาที่ได้รับยกเว้น
1. สัญญาเช่าแบบไหนต้องเสียอากรแสตมป์
กฎหมายแบ่งสัญญาเช่าออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ และมีผลต่ออากรแสตมป์แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
อสังหาริมทรัพย์ — ต้องเสียอากรแสตมป์
ครอบคลุมการเช่า:
- ที่ดิน (ไม่ว่าจะสร้างสิ่งปลูกสร้างหรือเปล่า)
- โรงเรือน เช่น บ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโด
- อาคารพาณิชย์ เช่น ออฟฟิศ ร้านค้า ตึกแถว
- โกดัง โรงงาน โรงเก็บสินค้า
- แพ (กรณีที่ใช้อยู่อาศัยหรือทำธุรกิจ)
⚠️ ข้อควรระวัง: สัญญาเช่าที่ดินเพื่อทำนา ทำไร่ หรือทำสวน ได้รับยกเว้น ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1
สังหาริมทรัพย์ — ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
สัญญาเช่าสังหาริมทรัพย์ เช่น เช่ารถ เช่าเครื่องจักร เช่าอุปกรณ์ IT ไม่อยู่ในรายการตราสารที่ต้องเสียอากร จึงไม่มีภาระอากรแสตมป์ในส่วนนี้
📌 หมายเหตุ: สัญญาเช่าที่มีทั้งอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์รวมกัน เช่น เช่าอาคารพร้อมเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ — ควรแยกค่าเช่าส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ให้ชัดเจน เพราะอากรแสตมป์ของสัญญาเช่าคิดจากค่าเช่าและเงินกินเปล่าของทรัพย์ที่เข้าลักษณะแห่งตราสาร หากไม่ได้แยกมูลค่าไว้ชัดเจน ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีหรือเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่ก่อนยื่นเสียอากร
2. สูตรคำนวณอากรแสตมป์สัญญาเช่า
อัตราอากรแสตมป์: 1 บาท ต่อค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ตลอดอายุการเช่า
ค่าอากรแสตมป์ = ปัดขึ้น((ค่าเช่าตลอดสัญญา + เงินกินเปล่า ถ้ามี) ÷ 1,000) บาท
หลักการปัดเศษ: แม้ค่าเช่าตลอดสัญญาจะไม่ครบ 1,000 บาท ก็นับเป็น 1,000 บาท และเสียอากร 1 บาท เช่น ค่าเช่าตลอดสัญญา 10,500 บาท → ปัดขึ้นเป็น 11,000 บาท → เสียอากร 11 บาท
3. ตัวอย่างคำนวณจริง 3 กรณี
กรณีที่ 1 — เช่าสำนักงานรายปี
สถานการณ์: บริษัท A เช่าออฟฟิศ ค่าเช่าเดือนละ 35,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี
ค่าเช่าตลอดสัญญา = 35,000 × 12 = 420,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ = 420,000 ÷ 1,000 = 420 บาท
ต้องเสียอากรแสตมป์: 420 บาท
กรณีที่ 2 — เช่าโกดังระยะยาว 3 ปี
สถานการณ์: บริษัท B เช่าโกดัง ค่าเช่าเดือนละ 80,000 บาท ระยะเวลา 3 ปี
ค่าเช่าตลอดสัญญา = 80,000 × 36 = 2,880,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ = 2,880,000 ÷ 1,000 = 2,880 บาท
ต้องเสียอากรแสตมป์: 2,880 บาท
💡 ตัวอย่าง: ในกรณีนี้ เนื่องจากค่าเช่าตลอดสัญญาตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป บริษัทจะไม่สามารถปิดแสตมป์แบบกระดาษได้ตามกฎหมาย แต่ต้องชำระอากรเป็นตัวเงินผ่านระบบ e-Stamp Duty ของกรมสรรพากร หรือผ่านระบบที่เชื่อมต่อการยื่นอากรเป็นตัวเงิน เช่น GeStamp Duty
กรณีที่ 3 — ค่าเช่าเป็นเศษไม่ครบพัน
สถานการณ์: บริษัท C เช่าพื้นที่ร้าน ค่าเช่าเดือนละ 8,500 บาท ระยะเวลา 1 ปี
ค่าเช่าตลอดสัญญา = 8,500 × 12 = 102,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ = 102,000 ÷ 1,000 = 102 (หารลงตัว ไม่มีเศษ) บาท
ต้องเสียอากรแสตมป์: 102 บาท
💡 ตัวอย่างเศษ: ถ้าค่าเช่าตลอดสัญญาเป็น 102,300 บาท → 102,300 ÷ 1,000 = 102.3 → ปัดขึ้นเป็น 103 → เสียอากร 103 บาท
4. ใครมีหน้าที่เสียอากร และเมื่อไหร่
ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1 กำหนดไว้ว่า:
|
ผู้มีหน้าที่เสียอากร |
ผู้ขีดฆ่า |
|
ผู้ให้เช่า |
ผู้เช่า |
กล่าวคือ ฝ่ายผู้ให้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ ส่วนผู้เช่าเป็นผู้ขีดฆ่าแสตมป์ในกรณีใช้แสตมป์กระดาษ โดยค่าอากรนี้ผู้ให้เช่าและผู้เช่าอาจตกลงกันในสัญญาว่าใครจะออกค่าอากรจริง ๆ ก็ได้ แต่หน้าที่เสียอากรตามกฎหมายยังคงอยู่ที่ผู้ให้เช่า
⚠️ ข้อควรระวัง: ถ้าสัญญาระบุให้ผู้เช่าเป็นผู้ออกค่าอากร แต่ผู้เช่าไม่ยอมจ่าย ผู้ให้เช่ายังคงมีหน้าที่เสียอากรตามกฎหมาย จึงควรกำหนดขั้นตอนการชำระและการเก็บหลักฐานไว้ให้ชัดเจน
5. เมื่อไหร่ต้องเสียและเสียได้ที่ไหน
กำหนดเวลา
กรณีปิดแสตมป์กระดาษ: ควรปิดและขีดฆ่าแสตมป์ให้บริบูรณ์ก่อนหรือทันทีที่ทำตราสาร เพื่อให้ตราสารใช้เป็นพยานหลักฐานได้ครบถ้วน
กรณีต้องชำระเป็นตัวเงิน (ค่าเช่าหรือเงินกินเปล่ารวมกันตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือเลือกใช้ e-Stamp Duty): ต้องยื่นขอเสียอากรก่อนกระทำตราสาร หรือภายใน 15 วันนับแต่วันถัดจากวันกระทำตราสาร
กรณีสัญญาเช่าที่ต้องจดทะเบียนที่กรมที่ดิน (เช่น เช่าเกิน 3 ปี): ต้องชำระอากรต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนก่อนหรือในวันจดทะเบียน
ช่องทางการชำระ
|
วิธี |
เหมาะกับ |
หมายเหตุ |
|
ปิดแสตมป์กระดาษ |
ค่าเช่าและเงินกินเปล่ารวมกันต่ำกว่า 1 ล้านบาท |
ซื้อได้ที่ไปรษณีย์หรือกรมสรรพากร |
|
ชำระเป็นตัวเงิน (อส.4) |
ค่าเช่าหรือเงินกินเปล่ารวมกันตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป |
ยื่นที่สรรพากรพื้นที่หรือออนไลน์ |
|
e-Stamp Duty ระบบกรมสรรพากร |
ทุกกรณี |
ผ่าน rd.go.th |
|
e-Stamp Duty ผู้ให้บริการอนุมัติ |
ทุกกรณี โดยเฉพาะปริมาณมาก |
เช่น GeStamp Duty — สะดวกสำหรับองค์กรที่มีสัญญาหลายฉบับ |
✅ เคล็ดลับ: ถ้าองค์กรมีสัญญาเช่าหลายฉบับต่อปี การใช้ระบบ GeStamp Duty ช่วยประหยัดเวลาและมีหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ง่ายกว่าแสตมป์กระดาษ
6. กรณีพิเศษที่ต้องรู้
6.1 สัญญาเช่าที่ไม่ระบุอายุสัญญา
บางสัญญาเช่าระบุแค่ว่า “เช่าต่อเนื่องจนกว่าจะบอกเลิก” โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาชัดเจน
กรณีนี้ ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ให้ถือว่าสัญญามีกำหนดอายุ 3 ปี จึงควรคำนวณอากรจากค่าเช่าตลอด 3 ปีตามค่าเช่าที่ตกลงกัน รวมเงินกินเปล่า (ถ้ามี) — หากข้อเท็จจริงซับซ้อนควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่โดยตรง
6.2 การต่อสัญญาเช่า — ต้องเสียอากรใหม่ไหม
คำตอบ: ขึ้นอยู่กับว่าต่อสัญญาอย่างไร
- ทำสัญญาเช่าฉบับใหม่: ถือเป็นตราสารใหม่ → ต้องเสียอากรแสตมป์ใหม่เต็มจำนวน
- ทำบันทึกแนบท้ายต่อสัญญา (Addendum): ขึ้นอยู่กับเนื้อหา — ถ้าเพิ่มมูลค่าค่าเช่าหรือเพิ่มระยะเวลา โดยทั่วไปต้องพิจารณาเสียอากรเพิ่มในส่วนที่เพิ่มขึ้น
- ครบกำหนดแล้วผู้เช่ายังคงครองทรัพย์ต่อไปโดยผู้ให้เช่าไม่ทักท้วง และไม่มีการทำสัญญาใหม่: ตามหมายเหตุในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ให้ถือว่าเริ่มทำสัญญาใหม่โดยไม่มีกำหนดอายุการเช่า และต้องเสียอากรภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มสัญญาใหม่
6.3 สัญญาเช่าที่ต้องจดทะเบียน
สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่มีอายุเกิน 3 ปี หรือกำหนดตลอดอายุของผู้เช่าหรือผู้ให้เช่า — ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มิฉะนั้นจะฟ้องร้องบังคับคดีได้เพียง 3 ปี และกรณีที่ต้องจดทะเบียนควรชำระอากรให้ถูกต้องก่อนหรือในวันจดทะเบียน
7. โทษและค่าปรับ
|
กรณี |
เงินเพิ่ม/ค่าปรับ |
|
ไม่ปิดอากรแสตมป์ หรือปิดไม่ครบ (เจ้าหน้าที่ตรวจพบ) |
เงินเพิ่ม 6 เท่าของอากรที่ขาด หรือ 25 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า |
|
ไม่ขีดฆ่าแสตมป์ (มาตรา 124) |
ปรับไม่เกิน 500 บาท |
|
ลงวันที่ขีดฆ่าเป็นเท็จ (มาตรา 126) |
ปรับไม่เกิน 500 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ |
|
ไปแจ้งขอเสียเองก่อนถูกตรวจ (เกินกำหนดไม่เกิน 90 วัน) |
เงินเพิ่ม 2 เท่าของอากรที่ขาด หรือ 4 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า |
|
ไปแจ้งขอเสียเองก่อนถูกตรวจ (เกินกำหนดเกิน 90 วัน) |
เงินเพิ่ม 5 เท่าของอากรที่ขาด หรือ 10 บาท แล้วแต่อย่างใดมากกว่า |
⚠️ ข้อควรระวัง: นอกจากเงินเพิ่มแล้ว การไม่ขีดฆ่าแสตมป์ยังมีโทษปรับทางอาญา และการลงวันที่ขีดฆ่าเป็นเท็จมีโทษหนักกว่า สัญญาที่ไม่ปิดอากรบริบูรณ์ยังใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามมาตรา 118 ซึ่งอาจสร้างความเสียหายได้มากกว่าตัวเงินเพิ่มเสียอีก
กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง
|
รายการ |
รายละเอียด |
|
ประมวลรัษฎากร มาตรา 103–129 |
หมวด 6 อากรแสตมป์ — หลักเกณฑ์ทั่วไป |
|
บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1 |
เช่าที่ดิน โรงเรือน สิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น หรือแพ |
|
ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 |
ตราสารที่ไม่ปิดอากรบริบูรณ์ใช้เป็นพยานไม่ได้ |
|
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 |
สัญญาเช่าเกิน 3 ปีต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ถ้าสัญญาเช่าเขียนว่า “ผู้เช่าออกค่าอากรแสตมป์” แต่ผู้เช่าไม่ยอมจ่าย ผู้ให้เช่าต้องรับผิดชอบหรือไม่?
A: ใช่ — ตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าคือผู้มีหน้าที่เสียอากรแสตมป์ การที่สัญญาระบุให้ผู้เช่าออกค่าอากรเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาเท่านั้น ไม่เปลี่ยนหน้าที่ตามกฎหมาย ผู้ให้เช่าจึงต้องออกค่าอากรไปก่อน แล้วค่อยเรียกคืนจากผู้เช่าตามสัญญา
Q: ถ้าสัญญาเช่าไม่มีระบุค่าเช่าชัดเจน เช่น “ค่าเช่าตามข้อตกลงปากเปล่า” จะคำนวณอากรอย่างไร?
A: สัญญาเช่าที่ไม่ระบุมูลค่าเงินไว้ ให้ประเมินค่าเช่าจริงที่ตกลงกัน แล้วนำมาคำนวณอากรตามปกติ ทั้งนี้สัญญาประเภทนี้มีความเสี่ยงสูงหากเกิดข้อพิพาท แนะนำให้ระบุค่าเช่าให้ชัดเจนในเอกสาร
Q: เช่าคอนโดเพื่ออยู่อาศัยส่วนตัว ต้องเสียอากรแสตมป์ด้วยไหม?
A: ต้องเสีย — สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์ไม่ว่าจะเช่าเพื่ออยู่อาศัยหรือทำธุรกิจล้วนต้องเสียอากรแสตมป์ ยกเว้นเฉพาะที่ดินเพื่อทำนา ทำไร่ หรือทำสวน ในทางปฏิบัติ สัญญาเช่าคอนโดรายบุคคลมักมีค่าอากรต่ำมาก เช่น เช่าเดือนละ 8,000 บาท ปีละ 96,000 บาท → เสียอากรแค่ 96 บาท
Q: เสียอากรแสตมป์สัญญาเช่าไปแล้ว แต่ภายหลังเลิกสัญญาก่อนกำหนด จะขอคืนอากรได้ไหม?
A: อาจขอคืนได้เฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขว่าเสียอากรไว้เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือเสียไว้โดยไม่มีหน้าที่ต้องเสีย ตามมาตรา 122 แห่งประมวลรัษฎากร การเลิกสัญญาก่อนกำหนดไม่ได้ทำให้ได้คืนอากรโดยอัตโนมัติ จึงควรตรวจข้อเท็จจริงและยื่นคำร้องตามขั้นตอนของกรมสรรพากร
Checklist — ก่อนเซ็นสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์
ก่อนทำสัญญา:
- [ ] ตรวจสอบว่าทรัพย์ที่เช่าเป็นอสังหาริมทรัพย์หรือสังหาริมทรัพย์
- [ ] ระบุค่าเช่ารายเดือนและระยะเวลาสัญญาให้ชัดเจนในสัญญา
- [ ] คำนวณค่าอากรแสตมป์ล่วงหน้า (ค่าเช่าตลอดสัญญา ÷ 1,000 ปัดขึ้น)
- [ ] ตรวจสอบว่าค่าเช่าและเงินกินเปล่าตลอดสัญญารวมกันตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปหรือไม่ (ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป = ต้องชำระเป็นตัวเงิน)
- [ ] ระบุในสัญญาว่าใครเป็นผู้ออกค่าอากรแสตมป์
วันเซ็นสัญญาหรือภายใน 15 วัน:
- [ ] ปิดอากรแสตมป์หรือชำระผ่าน e-Stamp Duty ให้ครบถ้วน
- [ ] ขีดฆ่าแสตมป์ให้เรียบร้อย (กรณีปิดแสตมป์กระดาษ)
- [ ] เก็บหลักฐานการชำระ (ใบเสร็จ/รหัสรับรองการเสียอากร)
หลังทำสัญญา:
- [ ] เก็บสำเนาสัญญาและหลักฐานการชำระอากรไว้ด้วยกัน
- [ ] บันทึกวันหมดอายุสัญญา เพื่อเตรียมการต่อสัญญาล่วงหน้า
- [ ] ถ้ามีการต่อสัญญาหรือแก้ไขสัญญา ตรวจสอบว่ามีภาระอากรเพิ่มหรือไม่
สรุป
อากรแสตมป์สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์คำนวณได้ไม่ยาก — อัตราคงที่ที่ 1 บาทต่อค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท คิดตลอดอายุสัญญา สิ่งที่ต้องระวังคือ ระยะเวลาการชำระและช่องทางที่ถูกต้อง โดยกรณีค่าเช่าหรือเงินกินเปล่ารวมกันตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไปต้องชำระอากรเป็นตัวเงิน
ค่าอากรแสตมป์โดยตัวเองอาจไม่มาก แต่ถ้าไม่เสียหรือเสียไม่ถูกต้อง ผลกระทบสองอย่างที่ตามมามีน้ำหนักกว่ามาก — เงินเพิ่มอาจสูงถึง 6 เท่า และสัญญาที่ใช้เป็นหลักฐานในศาลไม่ได้
สิ่งที่ควรทำทันที: ตรวจสอบสัญญาเช่าที่บริษัทถือไว้ทั้งหมดว่าปิดอากรแสตมป์หรือชำระอากรเป็นตัวเงินครบถ้วนหรือยัง และเก็บหลักฐานการชำระให้อยู่ในที่เดียวกับสัญญา
สำหรับองค์กรที่มีสัญญาเช่าหลายฉบับ การใช้ระบบ e-Stamp Duty ช่วยให้มีหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ง่าย และลดความเสี่ยงที่สัญญาจะตกหล่นไม่ถูกเสียอากร
แหล่งอ้างอิง:
- ประมวลรัษฎากร ลักษณะ 6 อากรแสตมป์ มาตรา 103–129 — กรมสรรพากร (rd.go.th)
- บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะแห่งตราสาร 1 — กรมสรรพากร (rd.go.th/6162.html)
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 — เรื่องสัญญาเช่าที่ต้องจดทะเบียน
อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 | ข้อมูลอัตราอากรและบทบัญญัติอ้างอิง ณ วันที่เขียน — กรุณาตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรล่าสุดก่อนนำไปปฏิบัติ
