You are currently viewing ตาราง WHT ครบทุกประเภทเงินได้ — คู่มือนักบัญชีก่อนออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ตาราง WHT ครบทุกประเภทเงินได้ — คู่มือนักบัญชีก่อนออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตราเพียงครั้งเดียว — ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผู้รับ บทความนี้รวมตาราง WHT ครบทุกประเภทเงินได้ที่ใช้จริงในธุรกิจ พร้อมกรณีที่มักสับสนบ่อยและวิธีออกหนังสือรับรองให้ถูกต้อง

ทำไมต้องเช็กอัตราทุกครั้ง

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax — WHT) คือภาษีที่ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่หักจากเงินที่จ่ายให้ผู้รับ แล้วนำส่งกรมสรรพากรแทน หลักการดูเรียบง่าย แต่ในทางปฏิบัติอัตราแตกต่างกันตามประเภทเงินได้และสถานะผู้รับ (บุคคลธรรมดา vs. นิติบุคคล) และมีกรณีที่ดูคล้ายกันแต่หักอัตราต่างกัน เช่น ค่าเช่าสถานที่ 5% กับค่าบริการจัดงาน 3%

ถ้าหักผิด ผู้จ่ายเงินคือผู้รับผิดชอบหลัก — ต้องนำส่งภาษีส่วนที่ขาด พร้อมเงินเพิ่ม และอาจมีค่าปรับตามกรณี ไม่ใช่ผู้รับเงินเป็นคนชดเชยโดยอัตโนมัติ และเมื่อหักผิดแล้ว หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ที่ออกไปก็ผิดตามด้วย ซึ่งกระทบต่อการยื่นภาษีของผู้รับเงินโดยตรง

คุณจะได้อะไรจากบทความนี้

  • เช็กอัตรา WHT ของเงินได้แต่ละประเภทได้ทันที จากตารางเดียว
  • แยกแยะกรณีที่มักสับสนได้ เช่น ค่าเช่า vs. ค่าบริการ, ค่าโฆษณา vs. ค่าการตลาด
  • รู้เงื่อนไขการออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ที่ถูกต้อง
  • รู้ว่าแบบภาษีใด (ภ.ง.ด.1 / 2 / 3 / 53) ใช้กับกรณีใด

1. ตาราง WHT ครบทุกประเภท — แยกตามประเภทเงินได้

ตาราง A — เงินได้ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2 หรือ ภ.ง.ด.3)

ประเภทเงินได้

มาตรา 40

อัตราหัก

แบบยื่น

Note:

เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส เบี้ยเลี้ยง

40(1)(2)

ตามอัตราก้าวหน้า

ภ.ง.ด.1

คำนวณรายปีหารเดือน

ค่าลิขสิทธิ์

40(3)

ตามอัตราก้าวหน้า

ภ.ง.ด.2

เงินได้ 40(3); รวมถึง royalty / franchise fee

ดอกเบี้ยเงินฝาก ดอกเบี้ยตั๋วเงิน

40(4)ก

15%

ภ.ง.ด.2

เงินได้ 40(4); โดยทั่วไปหัก 15%

เงินปันผล

40(4)ข

10%

ภ.ง.ด.2

เงินได้ 40(4); โดยทั่วไปหัก 10%

ค่าเช่าทรัพย์สิน (อสังหาฯ)

40(5)

5%

ภ.ง.ด.3

ผู้เช่ามีสิทธิ์ถือกุญแจ

ค่าเช่าทรัพย์สิน (สังหาฯ เช่น รถยนต์)

40(5)

5%

ภ.ง.ด.3

ค่าจ้างนักแสดง นักร้อง ดารา

40(8)

5%

ภ.ง.ด.3

นักแสดงสาธารณะ; แยกจากรางวัลประกวด

วิชาชีพอิสระ (แพทย์ ทนาย วิศวกร สถาปนิก นักบัญชี)

40(6)

3%

ภ.ง.ด.3

ตามที่กฎหมายระบุ 6 วิชาชีพ

ค่าจ้างทำของ ค่าบริการทั่วไป ค่าที่ปรึกษา

40(7)(8)

3%

ภ.ง.ด.3

ใช้บ่อยที่สุด — freelance, IT, design

ค่าโฆษณา (ผ่านเอเจนซี / สื่อ)

40(8)

2%

ภ.ง.ด.3

ไม่ใช่ค่าบริการการตลาด

ค่าขนส่ง (บริษัทขนส่งเอกชน)

40(8)

1%

ภ.ง.ด.3

ไปรษณีย์ไทยได้รับยกเว้น

รางวัลในการประกวด แข่งขัน ชิงโชค

40(8)

5%

ภ.ง.ด.3

ควรแยกจากค่าจ้างนักแสดง

ตาราง B — เงินได้ที่จ่ายให้นิติบุคคล (ยื่น ภ.ง.ด.53)

ประเภทเงินได้

มาตรา 40

อัตราหัก

แบบยื่น

Note:

ค่าลิขสิทธิ์

40(3)

3%

ภ.ง.ด.53

ดอกเบี้ยเงินกู้ ดอกเบี้ยตั๋วเงิน (จ่ายโดยธนาคาร)

40(4)ก

1%

ภ.ง.ด.53

จ่ายโดยธนาคารพาณิชย์

ดอกเบี้ยพันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน หรือเงินกู้ยืมที่เข้าเงื่อนไขข้อ 4(3)

40(4)ก

1%

ภ.ง.ด.53

ผู้จ่ายเป็นนิติบุคคล; ผู้รับเป็นบริษัทที่ประกอบกิจการในไทย และไม่ใช่ธนาคาร/บริษัทเงินทุน/หลักทรัพย์/เครดิตฟองซิเอร์/บริหารสินทรัพย์

เงินปันผล

40(4)ข

10%

ภ.ง.ด.53

ค่าเช่าทรัพย์สิน

40(5)

5%

ภ.ง.ด.53

อัตราเดียวกับบุคคลธรรมดา

ค่าบริการวิชาชีพ

40(6)

3%

ภ.ง.ด.53

ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าที่ปรึกษา

40(7)(8)

3%

ภ.ง.ด.53

รายการที่ยื่นบ่อยที่สุด

ค่าโฆษณา

40(8)

2%

ภ.ง.ด.53

ค่าขนส่ง

40(8)

1%

ภ.ง.ด.53

รางวัล ส่วนลด ประโยชน์อื่น

40(8)

3%

ภ.ง.ด.53

เช่น เงินรางวัล dealer incentive

📌 หมายเหตุ: สำหรับเงินได้ที่อยู่ในบังคับคำสั่ง ท.ป.4/2528 โดยทั่วไปต้องหัก WHT เมื่อจำนวนเงินตามสัญญารายหนึ่ง ๆ ตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป แม้แบ่งจ่ายหลายครั้งและแต่ละครั้งไม่ถึง 1,000 บาทก็ตาม จึงควรดู “ยอดตามสัญญา/ข้อตกลง” ไม่ใช่ดูเฉพาะยอดต่อใบแจ้งหนี้

1.1 เลือกแบบยื่นให้ถูกก่อนดูอัตรา

ก่อนเลือกอัตรา ให้ดูสถานะผู้รับเงินและประเภทเงินได้ก่อน เพราะอัตราเดียวกันอาจใช้คนละแบบยื่น เช่น ค่าลิขสิทธิ์ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดาใช้ ภ.ง.ด.2 แต่ถ้าจ่ายให้นิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53

ผู้รับเงิน / ประเภทเงินได้

แบบยื่น

ข้อสังเกต

พนักงานหรือลูกจ้างประจำ เงินได้ 40(1)(2)

ภ.ง.ด.1

คำนวณแบบรายปีแล้วหารตามงวดจ่าย

บุคคลธรรมดา เงินได้ 40(3)(4) เช่น ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล

ภ.ง.ด.2

เป็นจุดที่มักสับสนกับ ภ.ง.ด.3

บุคคลธรรมดา เงินได้ 40(5)-(8) เช่น ค่าเช่า วิชาชีพอิสระ จ้างทำของ บริการ โฆษณา ขนส่ง

ภ.ง.ด.3

ใช้อัตราตามประเภทเงินได้และคำสั่ง ท.ป.4/2528

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลไทย

ภ.ง.ด.53

ใช้กับเงินได้หลายประเภท เช่น ค่าบริการ ค่าเช่า โฆษณา ขนส่ง ดอกเบี้ย เงินปันผล

ผู้รับเงินต่างประเทศ

ภ.ง.ด.54 หรือแบบที่เกี่ยวข้อง

ต้องตรวจมาตรา 70/70 ทวิ และอนุสัญญาภาษีซ้อนก่อนจ่าย

1.2 กรณีที่ควรตรวจข้อยกเว้นก่อนหัก

ไม่ใช่ทุกการจ่ายต้องหัก WHT เสมอไป ควรตรวจว่าเป็นเงินได้ที่กฎหมายกำหนดให้หักหรือไม่ ผู้รับเงินเป็นหน่วยงานที่ได้รับยกเว้นหรือไม่ และรายการนั้นเข้าเงื่อนไขยกเว้นเฉพาะกรณีหรือไม่

ตัวอย่างที่ควรระวัง ได้แก่ ค่าโดยสารหรือค่าขนส่งสาธารณะบางกรณี หน่วยงานรัฐหรือองค์การที่มีกฎหมายเฉพาะรองรับ และรายการจ่ายที่เป็นเพียงการเบิกคืนค่าใช้จ่ายแท้จริงโดยมีหลักฐานประกอบครบถ้วน

หากไม่แน่ใจ อย่าใช้อัตรา 3% แบบเหมารวม เพราะการหักเกินก็ทำให้ผู้รับเงินเสียกระแสเงินสดและทำให้ใบ 50 ทวิ/แบบยื่นต้องแก้ไขภายหลัง

2. กรณีที่สับสนบ่อย — เส้นแบ่งที่ต้องรู้

2.1 ค่าเช่าสถานที่ (5%) vs. ค่าบริการจัดงาน (3%)

เกณฑ์แยกที่ชัดที่สุด: “ผู้เช่ามีสิทธิ์ถือกุญแจหรือไม่”

  • จ้างจัดสัมมนาที่โรงแรม รวมห้อง อาหาร และ AV — ผู้จ้างไม่ได้ถือกุญแจห้อง = ค่าบริการ หัก 3%
  • เช่าพื้นที่ออฟฟิศที่ได้กุญแจและควบคุมพื้นที่ = ค่าเช่า หัก 5%
  • เช่าบูธในงานแสดงสินค้า — ถ้าผู้เช่าไม่ได้ถือกุญแจล็อก = ค่าบริการ หัก 3%

2.2 ค่าโฆษณา (2%) vs. ค่าบริการการตลาด (3%)

  • จ้างเอเจนซีซื้อสื่อโฆษณา (TV, สิ่งพิมพ์, Google Ads) = ค่าโฆษณา หัก 2%
  • จ้างบล็อกเกอร์รีวิวสินค้า, จ้างที่ปรึกษาการตลาด, จ้างทำ content = ค่าบริการ หัก 3%
  • จ้างทำป้าย roll-up สำหรับออกบูธ = ค่าจ้างทำของ หัก 3%

💡 เคล็ดลับ: ถ้าไม่แน่ใจว่าเป็นค่าโฆษณาหรือค่าบริการ ให้ดูว่า “ผลลัพธ์ของงานคืออะไร” — ถ้าเป็นการซื้อพื้นที่สื่อ = โฆษณา 2%, ถ้าเป็นการทำงานสร้างสรรค์หรือให้คำปรึกษา = บริการ 3%

2.3 ค่าจ้างทำของ (3%) vs. ค่าขนส่ง (1%)

  • จ้างบริษัทขนส่งเอกชนส่งสินค้า = ค่าขนส่ง หัก 1%
  • จ้างบุคคลหรือผู้ประกอบการรายย่อยให้ขนส่งสินค้า/เอกสาร = ถ้าสาระของงานเป็น “ค่าขนส่ง” ให้พิจารณาอัตรา 1% ไม่ใช่ตัดสินจากการเป็นบริษัทหรือไม่เป็นบริษัท
  • ถ้างานหลักเป็นค่าบริการหรือค่าจ้างทำของอื่น และการส่งของเป็นเพียงส่วนประกอบของงาน ให้พิจารณาอัตรา 3% ตามลักษณะงานหลัก ส่วนค่าโดยสารสาธารณะ/ค่าไปรษณีย์ไทยควรตรวจข้อยกเว้นและเอกสารประกอบให้ครบ

2.4 ดอกเบี้ยเงินกู้จ่ายให้บุคคลธรรมดา (15%) vs. นิติบุคคลที่เข้าเงื่อนไข (1%)

อัตราต่างกันมาก — ต้องตรวจสอบทั้งสถานะผู้รับ ประเภทดอกเบี้ย และข้อยกเว้นตามข้อ 4 ของคำสั่ง ท.ป.4/2528 ก่อนเสมอ:

  • กู้ยืมเงินจากบุคคลธรรมดา จ่ายดอกเบี้ย → โดยทั่วไปหัก 15% นำส่ง ภ.ง.ด.2
  • กู้ยืมเงินจากบริษัทที่ประกอบกิจการในประเทศไทยและไม่เข้าเงื่อนไขยกเว้น เช่น ไม่ใช่ธนาคาร/บริษัทเงินทุน/หลักทรัพย์/เครดิตฟองซิเอร์/บริหารสินทรัพย์ → โดยทั่วไปหัก 1% นำส่ง ภ.ง.ด.53 แต่ต้องตรวจเงื่อนไขข้อ 4(3) ก่อนใช้

3. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ)

50 ทวิ คืออะไร

หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 50 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คือเอกสารที่ผู้จ่ายเงินออกให้ผู้รับเงิน เพื่อยืนยันว่าได้หักภาษีและนำส่งกรมสรรพากรแล้ว ผู้รับเงินนำไปใช้ยื่นภาษีประจำปีเพื่อแสดงว่าชำระภาษีล่วงหน้าไปบางส่วนแล้ว

ต้องออกเมื่อไหร่

กรณี

กำหนดออก

ลูกจ้างประจำ (ยังทำงานอยู่)

ภายใน 15 กุมภาพันธ์ ของปีถัดจากปีภาษี

ลูกจ้างออกจากงานระหว่างปี

ภายใน 1 เดือน นับจากวันที่ออก

ผู้รับจ้าง / Freelancer

ทุกครั้ง ที่มีการหัก ณ ที่จ่าย — ต้องออกทันที

ข้อมูลที่ต้องมีในใบ 50 ทวิ

ตามแบบที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด ต้องมีอย่างน้อย:

  • ชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของ ผู้จ่ายเงิน
  • ชื่อ-ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของ ผู้รับเงิน
  • ประเภทเงินได้ (ตามมาตรา 40)
  • จำนวนเงินได้ที่จ่าย
  • จำนวนภาษีที่หัก
  • วันเดือนปีที่จ่ายเงิน
  • วิธีการหัก: “หัก ณ ที่จ่าย” หรือ “ออกให้ตลอดไป”

⚠️ ข้อควรระวัง: กรมสรรพากรกำหนดให้ออกใบ 50 ทวิ 2 ฉบับมีข้อความตรงกัน — ฉบับที่ 1 สำหรับผู้รับเงิน ฉบับที่ 2 สำหรับผู้รับเงินเก็บเองอีกฉบับ และผู้จ่ายเงินเก็บสำเนาไว้อีก 1 ชุด

4. ขั้นตอนยื่นและ Deadline

4.1 Workflow ก่อนยื่นและออกใบ 50 ทวิ

  1. ระบุประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ให้ถูกก่อน เช่น ค่าเช่า บริการ โฆษณา ขนส่ง หรือดอกเบี้ย
  2. ตรวจสถานะผู้รับเงินว่าเป็นพนักงาน บุคคลธรรมดา นิติบุคคลไทย หรือผู้รับเงินต่างประเทศ
  3. ตรวจยอดขั้นต่ำและข้อยกเว้น โดยดูจากสัญญาหรือข้อตกลง ไม่ใช่ดูเฉพาะใบแจ้งหนี้รายครั้ง
  4. คำนวณ WHT และตกลงให้ชัดว่าผู้จ่ายจะ “หัก ณ ที่จ่าย” หรือ “ออกภาษีให้”
  5. ออกใบ 50 ทวิให้ตรงกับแบบยื่น และเก็บหลักฐานสัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และหลักฐานการนำส่งไว้ตรวจสอบย้อนหลัง

แบบ

กรณีที่ใช้

Deadline

ภ.ง.ด.1

เงินเดือน ค่าจ้างพนักงาน (มาตรา 40(1)(2))

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (e-Filing ขยายเป็นวันที่ 15)

ภ.ง.ด.2

WHT จ่ายให้บุคคลธรรมดา เงินได้มาตรา 40(3)(4) เช่น ค่าลิขสิทธิ์ ดอกเบี้ย เงินปันผล

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (e-Filing ขยายเป็นวันที่ 15)

ภ.ง.ด.3

WHT จ่ายให้บุคคลธรรมดา เงินได้มาตรา 40(5)-(8)

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (e-Filing ขยายเป็นวันที่ 15)

ภ.ง.ด.53

WHT จ่ายให้นิติบุคคลไทยตามประเภทเงินได้ที่กฎหมายกำหนด

ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (e-Filing ขยายเป็นวันที่ 15)

💡 เคล็ดลับ: ยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรได้รับขยายกำหนดเวลาเป็นวันที่ 15 ของเดือนถัดไป แทนวันที่ 7 สำหรับ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.2, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 — ประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงยื่นล่าช้า

5. e-Withholding Tax — ช่องทางดิจิทัลที่ควรรู้

e-Withholding Tax คือการหักและนำส่งภาษี ณ ที่จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากร ช่วยลดงานเอกสาร ลดการออก/จัดเก็บใบ 50 ทวิ แบบกระดาษ และลดความผิดพลาดจากการกรอกแบบซ้ำ

อัตราพิเศษผ่าน e-Withholding Tax เป็นมาตรการที่มีช่วงเวลาบังคับใช้และเงื่อนไขเฉพาะ โดยคำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.354/2566 ให้ลดอัตราหัก ณ ที่จ่ายบางประเภทจาก 5%, 3% และ 2% เหลือ 1% สำหรับรายการที่นำส่งผ่านวิธีตามมาตรา 3 ปัณรส ในช่วงวันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 ธันวาคม 2568 ดังนั้นสำหรับบทความที่อัปเดตในปี 2569 ต้องไม่ถือว่าอัตรา 1% ยังใช้ได้ เว้นแต่มีพระราชกฤษฎีกา คำสั่ง หรือประกาศที่มีผลใช้บังคับขยายระยะเวลาแล้ว

สำหรับทีมบัญชี จุดสำคัญคือแยกให้ชัดว่า “ตารางอัตราปกติ” กับ “อัตราพิเศษผ่าน e-Withholding Tax” เป็นคนละกรณี และหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ควรกลับไปใช้อัตราปกติ เว้นแต่ตรวจพบกฎหมายหรือประกาศขยายสิทธิที่มีผลใช้บังคับแล้ว อย่านำอัตรา 1% ไปใช้กับการหักแบบปกติหรือใช้ต่อโดยอาศัยข่าว/มติที่ยังไม่ใช่ตัวบทที่มีผลบังคับ

6. ตัวอย่างคำนวณ WHT ที่เจอบ่อย

กรณี

การคำนวณ

แบบยื่น

จ่ายค่าเช่าออฟฟิศให้บุคคลธรรมดา 30,000 บาท

หัก 5% = 1,500 บาท จ่ายสุทธิ 28,500 บาท

ภ.ง.ด.3

จ้าง Freelancer ทำเว็บไซต์ 15,000 บาท

ค่าจ้างทำของ/บริการ หัก 3% = 450 บาท จ่ายสุทธิ 14,550 บาท

ภ.ง.ด.3

จ่ายค่าโฆษณาให้เอเจนซี 100,000 บาท

ค่าโฆษณา หัก 2% = 2,000 บาท จ่ายสุทธิ 98,000 บาท

ภ.ง.ด.53 หากผู้รับเป็นนิติบุคคล

จ่ายดอกเบี้ยให้บุคคลธรรมดา 20,000 บาท

โดยทั่วไปหัก 15% = 3,000 บาท

ภ.ง.ด.2

จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้บริษัทในไทยที่เข้าเงื่อนไขข้อ 4(3) 20,000 บาท

โดยทั่วไปหัก 1% = 200 บาท หากผู้รับไม่ใช่กลุ่มสถาบันการเงินที่ยกเว้นตามข้อ 4(3)

ภ.ง.ด.53

7. จุดตรวจที่กรมสรรพากรมักจับสัญญาณได้

ยอดค่าใช้จ่ายในบัญชีสูง แต่ไม่มีรายการ WHT หรือมีรายการ WHT ต่ำผิดปกติเมื่อเทียบกับประเภทค่าใช้จ่าย

ใบ 50 ทวิ ที่ออกให้ผู้รับเงินไม่ตรงกับแบบ ภ.ง.ด. ที่ยื่น เช่น ประเภทเงินได้ อัตรา จำนวนเงิน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษีไม่ตรงกัน

ใช้อัตรา 3% กับทุกรายการแบบเหมารวม ทั้งที่บางรายการควรเป็นค่าเช่า 5%, ค่าโฆษณา 2%, ค่าขนส่ง 1% หรือดอกเบี้ย/เงินปันผลที่ต้องใช้แบบอื่น

แบ่งบิลหรือแบ่งจ่ายเพื่อให้แต่ละครั้งต่ำกว่า 1,000 บาท ทั้งที่สัญญาหรือข้อตกลงรวมตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

ใช้ e-Withholding Tax หรืออัตราพิเศษโดยไม่มีหลักฐานว่ารายการนั้นผ่านระบบและเข้าเงื่อนไขของมาตรการจริง

8. กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

รายการ

รายละเอียด

ประมวลรัษฎากร มาตรา 40

นิยามเงินได้พึงประเมิน 8 ประเภท

ประมวลรัษฎากร มาตรา 50

หน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้มาตรา 40(1)(2)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 3 เตรส

การหัก ณ ที่จ่ายสำหรับเงินได้มาตรา 40(5)-(8)

ประมวลรัษฎากร มาตรา 50 ทวิ

การออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ประกาศอธิบดีฯ (ฉบับที่ 145)

รูปแบบและข้อความในหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ประมวลรัษฎากร มาตรา 52

กำหนดหน้าที่นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายในกำหนดเวลา

คำสั่งกรมสรรพากร ที่ ท.ป.4/2528

หลักเกณฑ์ อัตรา และเงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส รวมถึงข้อ 4 เรื่องดอกเบี้ยตามมาตรา 40(4)(ก)

ระบบงาน WHT / e-Filing กรมสรรพากร

กำหนดยื่นแบบ ภ.ง.ด.1, 2, 3, 53 วันที่ 7 และยื่นทางอินเทอร์เน็ตวันที่ 15

มาตรการ e-Withholding Tax

ท.ป.354/2566 ให้สิทธิอัตรา 1% เฉพาะช่วง 1 ม.ค. 2566 – 31 ธ.ค. 2568 สำหรับรายการที่เข้าเงื่อนไขและนำส่งผ่านมาตรา 3 ปัณรส; หลังช่วงเวลาดังกล่าวต้องตรวจตัวบทใหม่ก่อนใช้

ประมวลรัษฎากร มาตรา 54

ความรับผิดกรณีผู้จ่ายมิได้หักและนำส่ง หรือหัก/นำส่งไม่ครบจำนวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: จ้าง Freelance บุคคลธรรมดาทำเว็บ 15,000 บาท ต้องหัก WHT หรือเปล่า และหักเท่าไหร่?

A: ต้องหัก — งานนี้เป็นค่าจ้างทำของ เข้ามาตรา 40(7) หักอัตรา 3% = 450 บาท โดยผู้จ้างจ่ายเงินจริง 14,550 บาท นำส่งภาษี 450 บาท ผ่าน ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 (หรือ 15 ถ้า e-filing) ของเดือนถัดไป

Q: ถ้าลูกค้าขอให้ “ออกค่าภาษีให้” แทนการหัก ต้องทำอย่างไร?

A: เรียกว่า “ออกให้ตลอดไป” — ผู้จ่ายออกค่าภาษีแทนผู้รับ ต้องคำนวณ gross-up ก่อน โดยสูตรคือ: ภาษีที่ต้องออกให้ = เงินจ่ายสุทธิ × อัตราภาษี ÷ (100% − อัตราภาษี) ตัวอย่าง: ค่าจ้าง 30,000 บาท ออกภาษี 3% ให้ = 30,000 × 3 ÷ 97 = 927.84 บาท

Q: ออกใบ 50 ทวิ ผิดประเภทเงินได้ ต้องทำอย่างไร?

A: ต้องออกใบ 50 ทวิ ฉบับแก้ไขใหม่ โดยระบุว่าเป็นการแก้ไขฉบับที่เท่าไหร่ พร้อมกลับไปแก้ไขแบบ ภ.ง.ด. ที่ยื่นไปแล้วด้วย ถ้ายื่นถูกต้องแล้วแต่ออกใบ 50 ทวิ ผิด ให้ติดต่อสรรพากรพื้นที่เพื่อขอแก้ไข

Q: จ่ายค่าเช่าให้บุคคลธรรมดาแต่เขาไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษี ยังต้องหัก WHT ไหม?

A: ต้องหักเช่นกัน — หน้าที่หักและนำส่งเป็นของผู้จ่าย ไม่ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับมีเลขประจำตัวหรือไม่ ให้ใช้เลขบัตรประชาชนแทน และแจ้งให้ผู้รับทำบัตรผู้เสียภาษีเพิ่มเติม

Q: ยื่น ภ.ง.ด.3 ช้ากว่ากำหนด มีค่าปรับเท่าไหร่?

A: เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนมาจากมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร โดยคำนวณจากภาษีที่ต้องนำส่งหรือส่วนที่นำส่งขาด และสำหรับ WHT ให้ดูหน้าที่นำส่งตามมาตรา 52 และความรับผิดกรณีไม่หัก/นำส่งไม่ครบตามมาตรา 54 ประกอบด้วย ทั้งนี้อาจมีค่าปรับตามกรณีหากไม่ยื่นหรือนำส่งให้ถูกต้อง

Checklist — ก่อนออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

ก่อนหัก WHT:

[ ] ระบุประเภทเงินได้ให้ถูกต้อง (มาตรา 40 ประเภทใด)

[ ] ตรวจสอบสถานะผู้รับ: พนักงาน (ภ.ง.ด.1), บุคคลธรรมดา 40(3)(4) (ภ.ง.ด.2), บุคคลธรรมดา 40(5)-(8) (ภ.ง.ด.3), หรือนิติบุคคล (ภ.ง.ด.53)

[ ] เช็กยอดขั้นต่ำ: โดยทั่วไปดูว่ายอดตามสัญญา/ข้อตกลงตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไปหรือไม่

[ ] ตรวจอัตราจากตาราง WHT — อย่าจำจากความทรงจำ

ขณะออกใบ 50 ทวิ:

[ ] ระบุชื่อ-เลขประจำตัวผู้เสียภาษีทั้งผู้จ่ายและผู้รับให้ครบถ้วน

[ ] ระบุประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ให้ตรง

[ ] ระบุจำนวนเงินจ่ายและภาษีที่หักให้ถูกต้อง

[ ] ระบุวิธีหัก: “หัก ณ ที่จ่าย” หรือ “ออกให้ตลอดไป”

[ ] ออก 2 ฉบับ ข้อความตรงกัน มอบให้ผู้รับ 1 ฉบับ เก็บสำเนาไว้ 1 ชุด

หลังออกใบ 50 ทวิ:

[ ] ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 / 2 / 3 / 53 ภายในวันที่ 7 (หรือ 15 ถ้า e-Filing) ของเดือนถัดไป

[ ] นำส่งภาษีที่หักพร้อมกับการยื่นแบบ

[ ] เก็บสำเนาใบ 50 ทวิ และแบบภาษีที่ยื่นไว้อย่างน้อย 5 ปี

บทสรุป

WHT ไม่ใช่เรื่องซับซ้อนถ้ามีตารางอ้างอิงที่ถูกต้อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ แยกประเภทเงินได้และสถานะผู้รับให้ถูกก่อนหัก เพราะผลต่างระหว่างแบบ ภ.ง.ด.1, 2, 3, 53 และอัตรา 1%, 2%, 3%, 5%, 10% หรือ 15% กระทบทั้งผู้จ่ายและผู้รับ และถ้าหักผิด ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชอบหลัก

สำหรับกรณีที่ไม่แน่ใจ โดยเฉพาะค่าเช่า vs. ค่าบริการ หรือค่าโฆษณา vs. ค่าการตลาด — ให้กลับมาดูเกณฑ์: “ผู้จ้างได้สิทธิ์ถือกุญแจหรือไม่” และ “ผลลัพธ์ของงานคืออะไร” เกณฑ์สองข้อนี้แยกได้เกือบทุกกรณี

ท้ายที่สุด อย่าลืมว่าหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ที่ออกให้ผู้รับเงินต้องตรงกับที่ยื่นใน ภ.ง.ด. ทุกประการ ความคลาดเคลื่อนระหว่างเอกสารสองชุดนี้คือจุดที่กรมสรรพากรมักตรวจจับได้จากการ cross-check ข้อมูล

แหล่งอ้างอิง:

  1. ประมวลรัษฎากร มาตรา 27, 40, 50, 50 ทวิ, 52, 54 และมาตรา 3 เตรส — กรมสรรพากร (rd.go.th)
  2. แบบ ภ.ง.ด.2 / ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 และคู่มือการหักภาษี ณ ที่จ่าย — กรมสรรพากร (rd.go.th)
  3. การหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 3 เตรส — กรมสรรพากร (rd.go.th/3535.html)
  4. โปรแกรมออกหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย 50 Tawi Generator — กรมสรรพากร (rd.go.th/65920.html)

อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2569 | อัตราอ้างอิง ณ วันที่เขียน — กรุณาตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรล่าสุดก่อนนำไปปฏิบัติ โดยเฉพาะมาตรการ e-Withholding Tax ซึ่งสิทธิอัตรา 1% ตาม ท.ป.354/2566 มีช่วงเวลาบังคับใช้ถึง 31 ธันวาคม 2568 และต้องมีตัวบทใหม่รองรับหากจะใช้ต่อหลังจากนั้น