Categories: Stamp Duty

สัญญาจ้างแรงงาน vs สัญญาจ้างทำของ ต่างกันอย่างไร และเสียอากรแสตมป์แค่ไหน

จ้าง Freelancer ออกแบบเว็บ จ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จ้างที่ปรึกษาประจำเดือน — ทั้งหมดนี้เป็น “สัญญาจ้าง” เหมือนกัน แต่อากรแสตมป์ที่ต้องเสีย (หรือไม่ต้องเสีย) แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าแยกประเภทสัญญาผิด คุณอาจจ่ายอากรโดยไม่จำเป็น หรือไม่ก็ถูกตรวจสอบเพราะไม่ได้ปิดแสตมป์บทความนี้ช่วยให้คุณแยกได้ถูกต้อง พร้อม checklist ตรวจสัญญาของตัวเอง

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร มีเพียง “สัญญาจ้างทำของ” (ลักษณะที่ 4) เท่านั้นที่ต้องเสียอากรแสตมป์ ส่วน “สัญญาจ้างแรงงาน” ไม่ปรากฏอยู่ในบัญชีอัตราอากรใดเลย จึงไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ความสับสนระหว่างสองประเภทนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะเมื่อจ้าง Freelancer, Contractor รายบุคคล หรือบริษัทรับจ้างบริการ ซึ่งมีลักษณะคาบเกี่ยวกัน ถ้าจัดประเภทผิด ผลกระทบทางภาษีและทางกฎหมายแรงงานตามมาด้วย

คุณจะได้อะไรจากบทความนี้

✅ อธิบายความแตกต่างหลักระหว่างสัญญาจ้างแรงงานและสัญญาจ้างทำของได้
✅ ระบุว่าสัญญาที่บริษัทใช้อยู่เป็นประเภทใด ด้วย checklist 6 ข้อ
✅ คำนวณอากรแสตมป์สำหรับสัญญาจ้างทำของได้ถูกต้อง
✅ เข้าใจกรณีเส้นแบ่งที่ไม่ชัด เช่น Freelancer, Outsource, ที่ปรึกษา

1. ความแตกต่างหลัก — 2 ประเภทในสายตากฎหมาย

กฎหมายไทยแบ่งการจ้างออกเป็น 2 ประเภทชัดเจนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์:

สัญญาจ้างแรงงาน

สัญญาจ้างทำของ

กฎหมายอ้างอิง

ป.พ.พ. มาตรา 575

ป.พ.พ. มาตรา 587

สิ่งที่มุ่งเน้น

กระบวนการทำงาน (ต้องทำงานตามที่นายจ้างสั่ง)

ผลสำเร็จของงาน (ส่งมอบงานสำเร็จตามที่ตกลง)

ผู้ควบคุมวิธีทำงาน

นายจ้าง (มีอำนาจบังคับบัญชา)

ผู้รับจ้าง (เป็นผู้กำหนดวิธีการเอง)

ระยะเวลา

มักต่อเนื่อง ไม่มีกำหนดสิ้นสุดตายตัว

มีกำหนดส่งมอบงานหรือจบโครงการ

ค่าตอบแทน

จ่ายตามเวลา (รายวัน/รายเดือน)

จ่ายตามผลงาน/ส่วนงาน

อากรแสตมป์

ไม่ต้องเสีย

ต้องเสีย — ลักษณะที่ 4

กฎหมายแรงงานคุ้มครอง

ใช่ — ค่าชดเชย, วันหยุด, OT

ไม่ใช้ — ขึ้นอยู่กับข้อตกลงในสัญญา

2. ตัวอย่างเปรียบเทียบ — เส้นแบ่งอยู่ตรงไหน

กรณีที่ชัดเจน

สัญญาจ้างแรงงาน (ไม่ต้องเสียอากร):

  • พนักงานประจำที่รับเงินเดือนรายเดือน ทำงานตามเวลาที่บริษัทกำหนด
  • พนักงานพาร์ทไทม์ที่ต้องมาทำงานในเวลาที่นายจ้างระบุ
  • พนักงานรายวันที่นายจ้างควบคุมการทำงานทุกขั้นตอน

สัญญาจ้างทำของ (ต้องเสียอากร):

  • บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่รับสร้างอาคารพร้อมส่งมอบ
  • Freelance Designer ที่รับออกแบบ Logo แล้วส่งไฟล์งาน
  • บริษัท IT รับพัฒนาซอฟต์แวร์ตามสเปคที่กำหนด
  • ผู้รับเหมาซ่อมบำรุง — รับซ่อมแอร์ 5 เครื่อง ราคาเหมา

กรณีที่มักสับสน

ข้อควรระวัง — กรณีเส้นแบ่งไม่ชัด:

Freelancer รายบุคคล — ดูจากเนื้อหาสัญญา ไม่ใช่ชื่อเอกสารสัญญา ถ้าตกลงกันว่า “ส่งมอบงานสำเร็จ X ชิ้น ภายใน Y วัน” = จ้างทำของ แต่ถ้า “ต้องมานั่งทำงานที่ออฟฟิศทุกวัน รับสินจ้างรายเดือน” = จ้างแรงงาน

Outsource / บริษัทจัดหาแรงงาน — แม้จะเป็นการส่งคนงานมาทำงาน แต่ถ้าบริษัท Outsource เป็น “ผู้รับจ้างจัดหาแรงงาน” นั้น สัญญาระหว่างบริษัทกับผู้ว่าจ้างถือเป็น สัญญาจ้างทำของ ต้องเสียอากรแสตมป์

ที่ปรึกษารายเดือน — ถ้าสัญญากำหนดค่าจ้างรายเดือน แต่วัดผลที่ผลสำเร็จของงาน (เช่น รายงาน, คำแนะนำ, deliverable) = จ้างทำของ

หมายเหตุ: ในกรณีที่มีข้อโต้เถียง ศาลไทยมักพิจารณาจาก “อำนาจบังคับบัญชา” เป็นหลัก — ถ้านายจ้างสามารถสั่งได้ว่าให้ทำอะไร เมื่อไหร่ อย่างไร → จ้างแรงงาน ถ้าผู้รับจ้างตัดสินใจวิธีการทำงานเอง แล้วแค่ส่งมอบผล → จ้างทำของ

3. อากรแสตมป์สำหรับสัญญาจ้างทำของ

อัตราและวิธีคำนวณ

อัตรา: 1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
ค่าอากรแสตมป์ = ปัดขึ้น(มูลค่าสินจ้าง ÷ 1,000) บาท

“สินจ้าง” คือมูลค่าค่าจ้างที่ระบุในสัญญา — รวม VAT หรือไม่ขึ้นอยู่กับที่ระบุ ถ้าสัญญาระบุ “ราคารวม VAT” ให้คิดอากรบนยอดรวม VAT ทั้งก้อน

ตัวอย่างคำนวณจริง

ตัวอย่างที่ 1 — จ้าง Freelance Designer ออกแบบ CI

สัญญาจ้างทำของ ค่าจ้าง 45,000 บาท (ไม่รวม VAT)

ค่าอากรแสตมป์ = 45,000 ÷ 1,000 = 45 บาท

ตัวอย่างที่ 2 — จ้างบริษัท IT พัฒนาระบบ

สัญญาจ้างทำของ ค่าจ้าง 850,000 บาท

ค่าอากรแสตมป์ = 850,000 ÷ 1,000 = 850 บาท

ตัวอย่างที่ 3 — จ้างผู้รับเหมาก่อสร้างต่อเติมอาคาร

สัญญาจ้างทำของ ค่าจ้าง 2,350,000 บาท

ค่าอากรแสตมป์ = 2,350,000 ÷ 1,000 = 2,350 บาท

💡 ตัวอย่างเศษ: ถ้าค่าจ้าง 2,350,500 บาท → 2,350,500 ÷ 1,000 = 2,350.5 → ปัดขึ้นเป็น 2,351 → เสียอากร 2,351 บาท

กรณีไม่ทราบมูลค่าสินจ้างตอนทำสัญญา

บางสัญญาจ้างทำของไม่ได้ระบุราคาตายตัวตั้งแต่ต้น เช่น จ้างตามจริง (Cost Plus) หรือจ้างรายชั่วโมง กรณีนี้กฎหมายกำหนดให้ “ประมาณจำนวนสินจ้างตามสมควร” แล้วเสียอากรตามนั้นก่อน และถ้าภายหลังรับเงินสินจ้างรวมกันแล้วเกินที่ประมาณไว้ ต้องเสียอากรเพิ่มให้ครบ

⚠️ ข้อควรระวัง: สัญญาจ้างทำของที่ไม่ระบุมูลค่า เช่น เขียนแค่ “ราคาตามใบเสนอราคา” โดยไม่แนบใบเสนอราคา อาจทำให้ประเมินค่าอากรได้ยาก แนะนำให้ระบุมูลค่ารวมในสัญญาให้ชัดเจนเสมอ

4. ใครมีหน้าที่เสียอากร และเมื่อไหร่

รายการ

รายละเอียด

ผู้มีหน้าที่เสียอากร

ผู้รับจ้าง (ฝั่งที่รับทำงาน) (ถ้าเป็นอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ คู่สัญญาฝ่ายใดเป็นผู้ซื้อก็ได้ แล้วแต่ตกลง)

ผู้ขีดฆ่าแสตมป์

ผู้รับจ้าง (ถ้าเป็นอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ต้องทำ)

กำหนดเวลา

ก่อนหรือในวันทำสัญญา หรือภายใน 15 วันนับจากวันถัดจากวันทำสัญญา

กรณีสัญญากับหน่วยงานรัฐ

ต้องชำระเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์ ตามประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

📌 หมายเหตุ: เช่นเดียวกับสัญญาเช่า คู่สัญญาสามารถตกลงกันได้ว่าใครจะเป็นผู้ออกค่าอากร แต่หน้าที่ตามกฎหมายยังคงอยู่ที่ผู้รับจ้าง ถ้าไม่ปิดแสตมป์แล้วเกิดข้อพิพาท ผู้รับจ้างคือผู้รับความเสี่ยง

5. Quotation และใบสั่งจ้าง — ต้องเสียอากรไหม

นี่คือคำถามที่ถามบ่อยมากในทางปฏิบัติ:

ใบเสนอราคา (Quotation) ที่คู่สัญญาลงนาม:

  • ถ้าทั้งสองฝ่ายลงนาม และมีเนื้อหาครบเป็นสัญญาจ้างทำของ → ต้องเสียอากร
  • ถ้าเป็นแค่เอกสารประกอบ ไม่ใช่สัญญาหลัก → ไม่ต้องเสีย

ใบสั่งจ้าง (Purchase Order / Work Order):

  • ถ้าเป็นเพียง “หลักฐานแห่งการทำนิติกรรม” ที่มีข้อมูลพื้นฐาน (ชื่อ ปริมาณ ราคา) → ไม่ต้องเสียอากร (ตามแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565)
  • ถ้าระบุเงื่อนไขครบถ้วนเหมือนสัญญา และทั้งสองฝ่ายลงนาม → ต้องเสียอากร เพราะถือเป็นตราสารจ้างทำของ

💡 เคล็ดลับ: ถ้าบริษัทใช้ PO แทนสัญญา ให้ตรวจสอบว่าฝ่ายผู้รับจ้างลงนามหรือไม่ และมีเงื่อนไขครบหรือเปล่า ถ้าใช่ ให้ปิดอากรแสตมป์ทุกครั้ง

6. ผลกระทบอื่นนอกจากอากรแสตมป์

การระบุประเภทสัญญาให้ถูกต้องมีผลไปไกลกว่าแค่อากรแสตมป์:

ประเด็น

จ้างแรงงาน

จ้างทำของ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT)

หัก 5% (เงินได้ประเภทที่ 1)

หัก 3% (ค่าจ้างทำของ)

ประกันสังคม

นายจ้างต้องนำส่ง

ไม่มีภาระ (ผู้รับจ้างรับผิดชอบเอง)

ค่าชดเชยเลิกจ้าง

ต้องจ่ายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน

ไม่มี — ขึ้นอยู่กับสัญญา

วันหยุดพักร้อน / ค่า OT

มีสิทธิตามกฎหมายแรงงาน

ไม่มี

อากรแสตมป์

ไม่ต้องเสีย

ต้องเสีย — ลักษณะที่ 4

ข้อควรระวัง: ธุรกิจบางแห่งทำสัญญาจ้างทำของกับบุคคล แต่ในทางปฏิบัติกลับควบคุมการทำงานเหมือนลูกจ้าง ถ้าถูกตรวจสอบ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานอาจตีความว่าเป็นการจ้างแรงงาน และเรียกสิทธิประโยชน์ย้อนหลังได้

7. Checklist — สัญญาของคุณเป็นประเภทใด

ใช้ checklist นี้ตรวจสอบสัญญาที่มีอยู่ ทำเครื่องหมายในช่องที่ตรงกับสัญญาของคุณ:

ลักษณะที่ตรงกัน ประเภทสัญญา

ลักษณะ

จ้างแรงงาน

จ้างทำของ

นายจ้างกำหนดเวลาเริ่ม-เลิกงาน

ผู้รับจ้างตัดสินใจวิธีทำงานเอง

ค่าตอบแทนจ่ายรายเดือนตามเวลา

ค่าตอบแทนจ่ายเมื่อส่งมอบงานสำเร็จ

มีการกำหนด deliverable ชัดเจน

นายจ้างสั่งงานได้ทุกวัน ทุกขั้นตอน

ผู้รับจ้างรับผิดชอบผลสำเร็จของงาน

สัญญาไม่มีกำหนดวันส่งมอบสิ้นสุด

สรุป: ถ้าส่วนใหญ่ตกในคอลัมน์ “จ้างทำของ” → ต้องเสียอากรแสตมป์

กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้อง

รายการ

รายละเอียด

ป.พ.พ. มาตรา 575

นิยาม “จ้างแรงงาน” — สัญญาซึ่งลูกจ้างตกลงทำงานให้นายจ้างรับสินจ้างตลอดเวลา

ป.พ.พ. มาตรา 587

นิยาม “จ้างทำของ” — ผู้รับจ้างรับทำการงานสิ่งใดสิ่งหนึ่งจนสำเร็จ

ประมวลรัษฎากร มาตรา 103–129

หมวด 6 อากรแสตมป์

บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะที่ 4

สัญญาจ้างทำของ — อัตรา 1 บาทต่อสินจ้าง 1,000 บาท

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565

ใบสั่งจ้างที่ไม่ครบเป็นสัญญา ไม่ต้องเสียอากร

ประกาศอธิบดีฯ เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37)

จ้างทำของกับหน่วยงานรัฐ — ต้องชำระเป็นตัวเงิน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q: สัญญาที่ใช้ชื่อว่า “สัญญาจ้างงาน” แต่มีลักษณะเป็นจ้างทำของ ต้องเสียอากรหรือเปล่า?

A: ต้องเสีย — กฎหมายพิจารณาจาก เนื้อหาและลักษณะของสัญญา ไม่ใช่ชื่อเรียก ถ้าสาระสำคัญเป็นการรับทำงานจนสำเร็จแล้วส่งมอบ ไม่ว่าจะตั้งชื่อสัญญาว่าอะไร ก็ถือเป็นสัญญาจ้างทำของและต้องเสียอากรแสตมป์

Q: จ้าง Freelancer รายบุคคลทำงาน 1 เดือน ตกลงค่าจ้าง 30,000 บาท ต้องเสียอากรไหม?

A: ขึ้นอยู่กับเนื้อหาสัญญา ถ้าตกลงว่า “ส่งมอบงาน X ชิ้นภายในเดือนนี้” = จ้างทำของ เสียอากร 30 บาท แต่ถ้าตกลงว่า “ทำงานที่บริษัทวันจันทร์-ศุกร์ 9-18 น. รับค่าจ้างรายเดือน” = จ้างแรงงาน ไม่ต้องเสียอากร

Q: สัญญาจ้างแรงงานที่ทำเป็นเอกสาร จำเป็นต้องปิดแสตมป์หรือไม่?

A: ไม่จำเป็น — สัญญาจ้างแรงงานไม่อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ 28 ลักษณะ จึงไม่มีภาระต้องเสียอากรแสตมป์ อย่างไรก็ตาม ควรทำสัญญาเป็นหนังสือและเก็บไว้เป็นหลักฐานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน

Q: บริษัท Outsource ส่งพนักงานมาทำงานที่บริษัทเรา สัญญาระหว่างบริษัทต้องเสียอากรไหม?

A: ต้องเสีย — สัญญาระหว่างบริษัทผู้ว่าจ้างและบริษัท Outsource เป็นสัญญาจ้างทำของ (บริษัท Outsource รับ “จัดหาและบริหารแรงงาน” เป็นผลสำเร็จ) ต้องเสียอากรแสตมป์ลักษณะที่ 4 ตามมูลค่าสัญญา

Q: ถ้าบริษัทเราเป็นผู้ว่าจ้าง แต่ผู้รับจ้างไม่ได้ปิดแสตมป์ เราต้องรับผิดชอบอะไรหรือเปล่า?

A: โดยหลักแล้วหน้าที่เสียอากรอยู่ที่ผู้รับจ้าง อย่างไรก็ตาม ถ้าสัญญาไม่มีอากรแสตมป์บริบูรณ์ สัญญานั้นจะใช้เป็นหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ซึ่งกระทบทั้งสองฝ่าย ในทางปฏิบัติจึงควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าสัญญาที่ได้รับมีการปิดแสตมป์ครบถ้วนก่อนเซ็น

Checklist — ก่อนทำสัญญาจ้าง

ก่อนร่างสัญญา:

  • [ ] ระบุให้ชัดว่าผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร — “ผลสำเร็จ” หรือ “เวลาทำงาน”
  • [ ] ตรวจสอบว่าสัญญาควรเป็นประเภทใดโดยใช้ตาราง Checklist ในข้อ 7
  • [ ] ระบุมูลค่าสินจ้างให้ชัดเจน (ไม่ใช่แค่ “ตามใบเสนอราคา”)

ถ้าเป็นสัญญาจ้างทำของ — ก่อนหรือภายใน 15 วันหลังทำสัญญา:

  • [ ] คำนวณค่าอากรแสตมป์ (มูลค่าสินจ้าง ÷ 1,000 ปัดขึ้น)
  • [ ] ปิดอากรแสตมป์หรือชำระผ่าน e-Stamp Duty ให้ครบ
  • [ ] ขีดฆ่าแสตมป์ (กรณีปิดแสตมป์กระดาษ)
  • [ ] เก็บหลักฐานการชำระไว้กับสัญญา

ถ้าเป็นสัญญาจ้างแรงงาน:

  • [ ] ตรวจสอบว่าได้ขึ้นทะเบียนประกันสังคมให้ลูกจ้างแล้ว
  • [ ] ระบุสิทธิแรงงานในสัญญา เช่น วันหยุด ค่าล่วงเวลา
  • [ ] (ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์)

สรุป

ข้อแตกต่างหลักระหว่างสัญญาสองประเภทนี้ง่ายกว่าที่คิด:

  • จ้างแรงงาน = ควบคุม “กระบวนการทำงาน” — ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์
  • จ้างทำของ = ตกลงกันที่ “ผลสำเร็จของงาน” — ต้องเสียอากรแสตมป์ 1 บาทต่อสินจ้าง 1,000 บาท

ในทางปฏิบัติ ถ้าคุณจ้าง Freelancer ออกแบบ จ้างบริษัทรับเหมา หรือจ้าง Outsource — สัญญาเหล่านั้นมักเป็นจ้างทำของทั้งนั้น ค่าอากรแสตมป์ไม่มาก แต่สัญญาที่ไม่ปิดแสตมป์ใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลไม่ได้ — และนั่นคือความเสี่ยงที่ไม่คุ้มเลย

สิ่งที่ควรทำทันที: นำสัญญาที่ใช้อยู่ทั้งหมดมาตรวจสอบด้วย Checklist ในข้อ 7 ว่าจัดประเภทถูกหรือไม่ และถ้าเป็นสัญญาจ้างทำของที่ยังไม่ปิดแสตมป์ ให้ดำเนินการเสียอากรก่อนถูกตรวจสอบ เพราะเสียเอง = ปรับ 2 เท่า แต่ถูกจับได้ = ปรับ 5 เท่า

แหล่งอ้างอิง:

  1. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 575 — นิยามจ้างแรงงาน
  2. ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 587 — นิยามจ้างทำของ
  3. ประมวลรัษฎากร ลักษณะ 6 อากรแสตมป์ มาตรา 103–129 — กรมสรรพากร (rd.go.th)
  4. บัญชีอัตราอากรแสตมป์ ลักษณะที่ 4 — สัญญาจ้างทำของ (rd.go.th/6162.html)
  5. ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับอากรแสตมป์ (ฉบับที่ 37) — การชำระเป็นตัวเงินแทนการปิดแสตมป์
  6. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 427/2565 — ใบสั่งจ้างไม่ใช่สัญญาจ้างทำของ

อัปเดตล่าสุด: มิถุนายน 2569 | ข้อมูลอ้างอิง ณ วันที่เขียน — กรุณาตรวจสอบประกาศกรมสรรพากรล่าสุดก่อนนำไปปฏิบัติ

Wekij

Recent Posts

e-Donation ระลอก 2: กรมสรรพากรขยายสิทธิบริจาค 2 เท่า สู่สถานศึกษาและองค์กรกีฬาทั่วประเทศ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 กรมสรรพากรเพิ่งประกาศมาตรการภาษีผ่านระบบ e-Donation ระลอกแรก ครอบคลุมมูลนิธิด้านการแพทย์และสาธารณสุข 9 แห่ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ระลอกที่ 2…

6 วัน ago

ครม. ต่อมาตรการภาษี e-Tax 2 ปี: WHT เหลือ 1% และหักรายจ่ายได้ 2 เท่า (ถึง 31 ธ.ค. 2570)

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 มาตรการ ออกไปอีก 2 ปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ซึ่งนับเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดัน…

6 วัน ago

กรณีศึกษา: องค์กรที่โดนค่าปรับอากรแสตมป์ และบทเรียนราคาแพงที่ไม่ควรเกิดขึ้น

เมื่อ "อากรแสตมป์" กลายเป็นความเสี่ยงที่หลายองค์กรมองข้าม ผู้บริหารจำนวนมากมักให้ความสำคัญกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ภาษีเงินได้นิติบุคคล หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่กลับมองข้าม "อากรแสตมป์" ซึ่งเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับเอกสารและตราสารทางกฎหมายหลายประเภท ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ "ยอดอากรแสตมป์ไม่มาก" จึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการควบคุมภายใน…

1 สัปดาห์ ago

คู่มือเริ่มต้น: นักบัญชีใหม่กับอากรแสตมป์ — ทุกอย่างที่ต้องรู้ใน 15 นาที

วันแรกที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงาน "อากรแสตมป์" ขององค์กร หลายคนรู้สึกเหมือนกันคือ "ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน" เพราะอากรแสตมป์ไม่ใช่ภาษีที่ถูกสอนอย่างละเอียดในมหาวิทยาลัย แต่ในทางปฏิบัติกลับมีผลกระทบโดยตรงต่อองค์กรถ้าจัดการผิดพลาด ทั้งในแง่ค่าปรับและความน่าเชื่อถือของฝ่ายบัญชี บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับนักบัญชีมือใหม่ เจ้าหน้าที่ AP/AR ที่เพิ่งรับผิดชอบงานนี้ รวมถึงผู้ที่ย้ายมาจากสายงานอื่นและต้องการเข้าใจภาพรวมให้ชัดเจนภายในเวลาสั้น โดยไม่ต้องเปิดอ่านกฎหมายหลายสิบหน้าส่วนที่ 1:…

2 สัปดาห์ ago

อากรแสตมป์สำหรับธุรกิจสินเชื่อและลีสซิ่ง — ครบทุก Pain Point ที่ต้องรู้

ธุรกิจสินเชื่อ ลีสซิ่ง และเช่าซื้อ คือกลุ่มธุรกิจที่มีปริมาณตราสารสูงที่สุดในบรรดาผู้มีหน้าที่เสีย "อากรแสตมป์" ทั้งหมด ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งอาจอนุมัติสินเชื่อหลายร้อยรายการต่อวัน บริษัทเช่าซื้อรถยนต์มีสัญญาใหม่นับพันฉบับต่อเดือน และบริษัท Non-bank ที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลอาจมีสัญญากู้ยืมเกิดใหม่ทุกชั่วโมง ทุกรายการล้วนมีภาระอากรแสตมป์ที่ต้องจัดการอย่างถูกต้องและทันเวลา ความท้าทายจึงไม่ได้อยู่ที่ "รู้หรือไม่ว่าต้องเสีย" แต่อยู่ที่…

3 สัปดาห์ ago

กรมสรรพากรออกมาตรการภาษีใหม่ สนับสนุนการแพทย์ สาธารณสุข และการศึกษา ผ่านระบบ e-Donation

วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร เพื่อสนับสนุนการพัฒนาด้านการแพทย์ การสาธารณสุข และการศึกษา โดยมุ่งส่งเสริมให้ภาคเอกชนและประชาชนมีส่วนร่วมในการบริจาคเพื่อสังคมผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation)มาตรการดังกล่าวถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของประเทศไทยในการผลักดันระบบภาษีดิจิทัล และสร้างแรงจูงใจให้เกิดการบริจาคอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้สะดวกยิ่งขึ้นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประชาชนและภาคธุรกิจจะได้รับภายใต้มาตรการใหม่นี้ ผู้บริจาคผ่านระบบ…

1 เดือน ago

This website uses cookies.