Checklist 10 ข้อ ก่อนเซ็นสัญญา
1. ตรวจสอบก่อนว่าสัญญานี้เป็น ตราสารที่ต้องเสีย “อากรแสตมป์” หรือไม่
อากรแสตมป์จัดเก็บจาก “ตราสาร” ที่กฎหมายกำหนดไว้ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ทั้งหมด 28 ลักษณะ เช่น
- สัญญาเช่า
- สัญญาเช่าซื้อ
- สัญญากู้ยืมเงิน
- สัญญาจ้างทำของ
- หนังสือมอบอำนาจ
- การโอนหุ้น
- กรมธรรม์ประกันภัย
ไม่ใช่สัญญาทุกประเภทจะต้องเสียอากรแสตมป์ ดังนั้นขั้นตอนแรกคือการระบุให้ถูกต้องว่าสัญญาที่กำลังจะลงนามเข้าข่ายตราสารประเภทใด
Quick Check
☐ ระบุลักษณะตราสารได้แล้ว
☐ ตรวจสอบแล้วว่าอยู่ใน 28 ลักษณะตราสารตามกฎหมาย
2. ตรวจสอบว่ามีข้อยกเว้นอากรแสตมป์หรือไม่
ตราสารบางประเภทอาจได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ตามกฎหมายหรือประกาศที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างเช่น
- ใบรับ/ใบกำกับภาษีที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
- ตราสารที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดไว้
- หน่วยงานราชการบางประเภท
ก่อนคำนวณอากร ควรตรวจสอบสิทธิยกเว้นทุกครั้ง
Quick Check
☐ ตรวจสอบสิทธิยกเว้นแล้ว
☐ มีเอกสารประกอบการยกเว้นครบถ้วน
3. ระบุผู้มีหน้าที่เสียอากรให้ถูกต้อง
หลายองค์กรเข้าใจผิดว่าผู้ลงนามต้องเป็นผู้เสียอากรเสมอ
ความจริงแล้วแต่ละตราสารกำหนดผู้มีหน้าที่เสียอากรต่างกัน เช่น
| ตราสาร | ผู้มีหน้าที่เสียอากร |
| สัญญาเช่า | ผู้ให้เช่า |
| สัญญากู้ยืมเงิน | ผู้ให้กู้ |
| โอนหุ้น | ผู้โอน |
| หนังสือมอบอำนาจ | ผู้มอบอำนาจ |
การระบุผู้มีหน้าที่เสียผิด อาจทำให้เกิดความรับผิดย้อนหลังได้
Quick Check
☐ ระบุผู้มีหน้าที่เสียอากรถูกต้องแล้ว
☐ กำหนดความรับผิดไว้ในสัญญาแล้ว
4. ตรวจสอบฐานคำนวณอากร
อัตราอากรแต่ละประเภทใช้ฐานคำนวณต่างกัน เช่น
- ค่าเช่าหรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกันตลอดอายุการเช่า
- วงเงินกู้
- สินจ้างที่กำหนดไว้ในสัญญาจ้างทำของ
- ราคาหุ้นที่ชำระแล้วหรือตามราคาในตราสาร แล้วแต่อย่างใดจะมากกว่า
หากใช้ฐานคำนวณผิด จะทำให้ชำระอากรไม่ครบ
Quick Check
☐ ระบุฐานคำนวณได้ถูกต้อง
☐ มีเอกสารยืนยันมูลค่าอ้างอิง
5. คำนวณค่าอากรให้ครบถ้วน
สูตรพื้นฐานคือ
ค่าอากร = ฐานคำนวณ × อัตราอากรตามบัญชีอัตรา
ตัวอย่าง
สัญญาเช่าอาคาร
- ค่าเช่าเดือนละ 50,000 บาท
- อายุสัญญา 3 ปี
มูลค่ารวม 50,000 × 36 = 1,800,000 บาท
อัตราอากร
1 บาท ต่อทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
อากรที่ต้องชำระ 1,800 บาท
*ค่าเช่ารวม 1,800,000 บาท ซึ่งเข้ากรณีต้อง ชำระเป็นตัวเงิน/e-Stamp Duty ตามประกาศอธิบดีฯ ฉบับที่ 37
Quick Check
☐ คำนวณแล้ว
☐ มีผู้ตรวจสอบซ้ำ
6. เลือกวิธีเสียอากรให้เหมาะสม
ปัจจุบันสามารถชำระอากรได้ 4 ช่องทางหลัก ได้แก่
1. ปิดแสตมป์ดวง
เหมาะกับตราสารที่กฎหมายยังรองรับการปิดแสตมป์
2. ชำระเป็นตัวเงิน (แบบ อ.ส.4)
ยื่นต่อสำนักงานสรรพากร
3. e-Stamp Duty
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ตราสารอิเล็กทรอนิกส์ต้องชำระผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนตราสารกระดาษบางประเภท/บางมูลค่าต้องชำระเป็นตัวเงินหรือเลือกชำระผ่านระบบออนไลน์ได้ตามเงื่อนไขกรมสรรพากร พร้อมออกหลักฐานการเสียอากรแบบดิจิทัล
4. GeStamp Duty
ระบบที่ช่วยบริหารข้อมูลขอเสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงินสำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ (อส.9) และตราสารกระดาษ (อส.4, อส.4ก, อส.4ข) บนระบบออนไลน์ ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรและสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) รองรับการส่งข้อมูลขอเสียอากรแสตมป์ได้ครั้งละถึง 100,000 รายการ
Quick Check
☐ เลือกช่องทางชำระแล้ว
☐ ทราบกำหนดเวลายื่นชำระ
7. ตรวจสอบกำหนดเวลาการเสียอากร
อากรแสตมป์มีระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
การชำระล่าช้าอาจทำให้เกิด
- เงินเพิ่ม
- เบี้ยปรับ
- ภาระภาษีย้อนหลัง
Quick Check
☐ ระบุวันทำตราสารแล้ว
☐ กำหนดวันชำระอากรแล้ว
8. จัดเก็บหลักฐานการเสียอากรให้ครบ
เอกสารที่ควรจัดเก็บ ได้แก่
- สัญญาฉบับจริง
- หลักฐานการชำระอากร
- ใบเสร็จรับเงิน
- รหัสรับรองการเสียอากรแสตมป์
- หนังสืออนุมัติภายใน
ในกรณีใช้ e-Stamp Duty ควรเก็บไฟล์ PDF และรหัสอ้างอิงไว้ในระบบ Document Management ขององค์กร
Quick Check
☐ เก็บเอกสารต้นฉบับ
☐ สำรองไฟล์ดิจิทัล
9. ระวังการแก้ไขสัญญาภายหลัง
เมื่อมีการ
- ต่ออายุสัญญา
- เพิ่มวงเงิน
- แก้ไขเงื่อนไขสำคัญ
อาจถือเป็นตราสารใหม่หรือมีภาระอากรเพิ่มเติม
หลายองค์กรเสียอากรเฉพาะสัญญาฉบับแรก แต่ลืมตรวจสอบสัญญาแก้ไขเพิ่มเติม (Amendment)
Quick Check
☐ ตรวจสอบผลกระทบของ Amendment แล้ว
☐ ประเมินอากรเพิ่มเติมแล้ว
10. ตรวจสอบกรณีพิเศษที่พบบ่อย
สัญญาหลายฉบับในธุรกรรมเดียว
เช่น
- สัญญาหลัก
- สัญญาค้ำประกัน
- หนังสือมอบอำนาจ
อาจต้องพิจารณาอากรแยกแต่ละฉบับ
สัญญาซ้ำหลายชุด
ต้นฉบับและคู่ฉบับอาจมีผลด้านอากรแตกต่างกัน
สัญญาอิเล็กทรอนิกส์
ต้องตรวจสอบรูปแบบการชำระผ่าน e-Stamp Duty ให้ถูกต้อง
Quick Check
☐ ตรวจสอบเอกสารประกอบทุกฉบับ
☐ ไม่มีตราสารที่ตกหล่น