e-Donation ระลอก 2: กรมสรรพากรขยายสิทธิบริจาค 2 เท่า สู่สถานศึกษาและองค์กรกีฬาทั่วประเทศ

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2569 กรมสรรพากรเพิ่งประกาศมาตรการภาษีผ่านระบบ e-Donation ระลอกแรก ครอบคลุมมูลนิธิด้านการแพทย์และสาธารณสุข 9 แห่ง ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ระลอกที่ 2 ขยายกลุ่มผู้รับบริจาคอย่างมีนัยสำคัญ ครั้งนี้ครอบคลุม สถานศึกษาทุกประเภท และ องค์กรกีฬาทั่วประเทศ

ผู้บริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรจะได้รับสิทธิหักลดหย่อนหรือหักรายจ่าย 2 เท่าของยอดบริจาคจริง โดยมาตรการมีผลย้อนหลังตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570 [1] สำหรับองค์กรที่มีแผน CSR ด้านการศึกษาและกีฬา นี่คือโอกาสวางแผนภาษีระยะกลางที่ไม่ควรมองข้าม

สรุปสาระสำคัญ: ใครได้สิทธิบ้าง

ร่างพระราชกฤษฎีกา 2 ฉบับที่ ครม. เห็นชอบครอบคลุม 2 กลุ่มหลัก:

กลุ่มที่ 1 — สถานศึกษา ผู้บริจาคให้แก่:

  • สถานศึกษาของรัฐ
  • โรงเรียนเอกชน (ยกเว้นโรงเรียนนอกระบบ)
  • สถาบันอุดมศึกษาเอกชน
  • สถานศึกษาที่จัดตั้งในไทยตามสนธิสัญญาระหว่างรัฐบาลไทยกับทบวงการชำนัญพิเศษแห่งสหประชาชาติ
  • สถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ

กลุ่มที่ 2 — องค์กรกีฬา ผู้บริจาคให้แก่:

  • การกีฬาแห่งประเทศไทย
  • คณะกรรมการกีฬาจังหวัด
  • สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด
  • สมาคมกีฬาที่ใช้คำว่า “แห่งประเทศไทย” หรือกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
  • กรมพลศึกษา

เปรียบเทียบกับระลอกแรกที่จำกัดเฉพาะมูลนิธิ 9 แห่ง ระลอกนี้เปิดกว้างกว่ามาก — สถานศึกษาของรัฐทุกแห่งและโรงเรียนเอกชนในระบบทั่วประเทศต่างเข้าเกณฑ์ทั้งสิ้น

จุดที่ต้องทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

เงื่อนไขบังคับ: ต้องผ่าน e-Donation เท่านั้น

สิทธิ 2 เท่าเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบริจาค ผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น การโอนเงินตรง มอบเช็ค หรือสนับสนุนผ่านช่องทางอื่น แม้จะให้แก่สถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ครบถ้วน ก็ไม่ได้รับสิทธิ 2 เท่านี้ ข้อนี้เป็นเงื่อนไขที่องค์กรหลายแห่งมักพลาด

ระบบ e-Donation เชื่อมต่อโดยตรงกับหน่วยรับบริจาคที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมสรรพากร ทำให้ข้อมูลการบริจาคถูกส่งเข้าระบบอัตโนมัติ ลดภาระเอกสาร และลดความเสี่ยงจากการใช้สิทธิผิดพลาด

มาตรการย้อนหลัง 1 มกราคม 2568 — ผลต่อผู้ที่ยื่นภาษีไปแล้ว

วันเริ่มต้นของมาตรการคือ 1 มกราคม 2568 ไม่ใช่วันที่ ครม. มีมติ องค์กรหรือบุคคลที่บริจาคผ่าน e-Donation ให้สถานศึกษาหรือองค์กรกีฬาในช่วงตั้งแต่ต้นปี 2568 จึงมีสิทธิ์ได้รับประโยชน์ย้อนหลัง

อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรระบุว่ากำลังปรับปรุงระบบการยื่นแบบเพิ่มเติมเพื่อรองรับมาตรการนี้ ผู้ที่ยื่น ภ.ง.ด. 90/91 ปีภาษี 2568 ไปแล้วจะต้องรอให้ระบบพร้อมก่อน จึงจะสามารถยื่นขอสิทธิย้อนหลังได้

ระยะเวลา 3 ปี — วางแผน CSR ระยะกลางได้เลย

ด้วยระยะเวลาถึง 31 ธันวาคม 2570 องค์กรสามารถวางงบประมาณ CSR ด้านการศึกษาและกีฬาได้ล่วงหน้าอย่างน้อย 3 ปี โดยไม่ต้องลุ้นต่ออายุมาตรการทุกปี ซึ่งต่างจากมาตรการระยะสั้นที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ

ผลกระทบต่อองค์กรและฝ่ายบัญชี

สำหรับนิติบุคคล ผลทางภาษีตรงไปตรงมา: บริจาคผ่าน e-Donation 1 บาท หักรายจ่ายได้ 2 บาท — ลด taxable income จริง ไม่ใช่แค่ credit ภาษี ฝ่ายบัญชีและภาษีควรเริ่มทบทวนงบ CSR ปัจจุบัน และพิจารณาจัดสรรงบส่วนหนึ่งมาใช้ช่องทาง e-Donation เพื่อให้ได้สิทธิ 2 เท่า

สำหรับบุคคลธรรมดา การบริจาคผ่าน e-Donation ให้สถาบันที่เข้าเกณฑ์ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ 2 เท่าในการคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี เหมาะสำหรับผู้ที่มีแผนสนับสนุนโรงเรียนหรือสมาคมกีฬาในพื้นที่อยู่แล้ว

ทั้งนี้ มาตรการทั้งหมดยังอยู่ระหว่างรอประกาศพระราชกฤษฎีกาในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ — การวางแผนสามารถเริ่มได้ทันที แต่การใช้สิทธิจริงต้องรอให้กฎหมายมีผลบังคับก่อน

สิ่งที่องค์กรควรทำ

ทันที

  • ตรวจสอบว่าสถานศึกษาหรือองค์กรกีฬาที่ต้องการบริจาคขึ้นทะเบียนใน e-Donation แล้วหรือไม่
  • ตรวจสอบยอดบริจาคที่ทำผ่าน e-Donation ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2568 เพื่อเตรียมใช้สิทธิย้อนหลัง
  • ติดตามประกาศพระราชกฤษฎีกาและการเปิดระบบยื่นเพิ่มเติมจาก rd.go.th หรือโทร. 1161

วางแผนระยะกลาง

  • กำหนดงบ CSR สำหรับการศึกษาและกีฬาให้ครอบคลุมปี 2568–2570 และระบุว่าต้องบริจาคผ่าน e-Donation เท่านั้น
  • ทบทวนนโยบายการบริจาคภายในองค์กรให้สอดคล้อง
  • จัดเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อมรองรับการตรวจสอบ

สรุป

มาตรการ e-Donation ระลอก 2 นี้แตกต่างจากระลอกแรกอย่างชัดเจนทั้งในแง่ ขนาดของกลุ่มผู้รับบริจาค และ ระยะเวลา สถานศึกษาและองค์กรกีฬาในทุกจังหวัดต่างเข้าเกณฑ์ — ทำให้มาตรการนี้เข้าถึงได้กว้างกว่าเดิมมาก [1] สำหรับองค์กรที่ต้องการผสานแผน CSR เข้ากับการวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วงนี้คือเวลาที่เหมาะที่สุดในการทบทวนและวางกรอบการบริจาคสำหรับ 3 ปีข้างหน้า

ที่มา
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/news/2569thai/news15_2569.pdf

Wekij

Recent Posts

ตาราง WHT ครบทุกประเภทเงินได้ — คู่มือนักบัญชีก่อนออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

หักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตราเพียงครั้งเดียว — ผู้จ่ายเงินต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ผู้รับ บทความนี้รวมตาราง WHT ครบทุกประเภทเงินได้ที่ใช้จริงในธุรกิจ พร้อมกรณีที่มักสับสนบ่อยและวิธีออกหนังสือรับรองให้ถูกต้องทำไมต้องเช็กอัตราทุกครั้ง ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax…

2 weeks ago

อากรแสตมป์ขาด แก้ไขยังไงก่อนถูกตรวจ

ทุกองค์กรที่ทำสัญญาเป็นประจำมีโอกาสพลาด — ลืมปิด "อากรแสตมป์" ปิดไม่ครบตามอัตรา หรือทำสัญญาโดยไม่รู้ว่าตราสารประเภทนั้นต้องเสียอากร สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือกฎหมายเปิดช่องให้แก้ไขได้ด้วยตัวเองก่อนถูกตรวจสอบ และการแก้ไขเองในเวลาที่เหมาะสมทำให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการรอให้เจ้าหน้าที่สรรพากรพบอย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้อธิบายขั้นตอนการแก้ไขอากรแสตมป์ที่ขาดหรือไม่ครบตามกรอบของมาตรา 113 แห่งประมวลรัษฎากร [1] แยกตาม 3 ช่วงเวลาที่มีผลต่างกัน…

3 weeks ago

Checklist ก่อนเซ็นสัญญา: 10 สิ่งที่ต้องตรวจสอบด้าน “อากรแสตมป์”

"สัญญา" เซ็นแล้ว — แต่ถ้าอากรแสตมป์ยังไม่ถูกต้อง ใบสัญญาฉบับนั้นอาจใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลไม่ได้หลายองค์กรให้ความสำคัญกับการร่างสัญญา การตรวจสอบข้อกฎหมาย และการอนุมัติวงเงิน แต่กลับลืมตรวจสอบเรื่อง "อากรแสตมป์" ซึ่งเป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำตราสารตามกฎหมายโดยตรงแม้อากรแสตมป์อาจมีมูลค่าไม่สูง แต่หากชำระไม่ถูกต้องหรือชำระล่าช้า อาจเกิดเงินเพิ่ม โทษปรับทางอาญา และส่งผลต่อการนำตราสารไปใช้อ้างอิงเป็นพยานหลักฐานได้ก่อนลงนามสัญญาครั้งต่อไป ลองใช้…

4 weeks ago

อากรแสตมป์สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์: วิธีคำนวณ ตัวอย่างจริง และข้อควรระวัง

เช่าออฟฟิศ เช่าโกดัง หรือเช่าพื้นที่พาณิชย์ — ทุก "สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์" มีภาระอากรแสตมป์ตามกฎหมาย แต่นักบัญชีและเจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยยังคำนวณผิด หรือไม่รู้ว่าต้องเสียตอนไหน ใครเป็นคนจ่าย และต้องทำอย่างไรถ้าพลาดไปแล้ว บทความนี้จะตอบทุกคำถามนั้นพร้อมตัวอย่างตัวเลขจริงทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในตราสารที่กฎหมายกำหนดให้เสียอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากร ลักษณะ 6…

1 month ago

สัญญาจ้างแรงงาน vs สัญญาจ้างทำของ ต่างกันอย่างไร และเสียอากรแสตมป์แค่ไหน

จ้าง Freelancer ออกแบบเว็บ จ้างบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จ้างที่ปรึกษาประจำเดือน — ทั้งหมดนี้เป็น "สัญญาจ้าง" เหมือนกัน แต่ "อากรแสตมป์" ที่ต้องเสีย (หรือไม่ต้องเสีย) แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ถ้าแยกประเภทสัญญาผิด…

1 month ago

ครม. ต่อมาตรการภาษี e-Tax 2 ปี: WHT เหลือ 1% และหักรายจ่ายได้ 2 เท่า (ถึง 31 ธ.ค. 2570)

วันที่ 16 มิถุนายน 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบขยายระยะเวลามาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมระบบภาษีอิเล็กทรอนิกส์จำนวน 2 มาตรการ ออกไปอีก 2 ปี จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2570 ซึ่งนับเป็นสัญญาณชัดเจนว่ารัฐบาลยังคงเดินหน้าผลักดัน…

2 months ago

This website uses cookies.